Great Depression (1929–1939): เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (พ.ศ. ๒๔๗๒–๒๔๘๒)
เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ เป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงทศวรรษ
๑๙๓๐ ในช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจโลกต้องประสบกับภาวะถดถอยที่ยาวนานและหยั่งรากลึกกว่าครั้งใด ๆ
เศรษฐกิจตกต่ำครั้งนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อชาวอเมริกัน ทำให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาในสมัยนั้นต้อง
พยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาภายใต้
โครงการนิวดีล (New Deal)* ของรัฐบาลประธานาธิบดีแฟรงกลิน เดลาโน รูสเวลต์ (Franklin Delano Roosevelt ค.ศ. ๑๙๓๓–
๑๙๔๕)* จนทำให้เศรษฐกิจค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้าเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ธุรกิจต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาตกต่ำเป็นระยะ ๆ มาตั้งแต่
คริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นซึ่งไม่ร้ายแรงนัก
และมักกินเวลาไม่เกิน ๑ ปี โดยคนในท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรยังสามารถทำไร่ไถนาเลี้ยงตัวได้
จนผ่านพ้นช่วงวิกฤติ ซึ่งแต่ละครั้งมักจบลงด้วยการขยายตัวไปยังดินแดนใหม่ ๆ ทางตะวันตก อย่างไรก็
ตาม เมื่อถึงทศวรรษ ๑๙๒๐ แม้สหรัฐอเมริกาจะยังเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มั่งคั่งต่อเนื่องมาจากยุค
การเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ (Rise of Big Business ค.ศ. ๑๘๖๔–๑๙๐๐)* แต่ก็พบว่าธนาคารและธุรกิจ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมต้องปิดไปนับหมื่นแห่งในแต่ละปีตลอดทศวรรษนี้ ทำให้
มีคนตกงานสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันภาคเหมืองแร่และภาคการเกษตรก็อยู่ในสภาพตกต่ำ
เช่นเดียวกัน
ในช่วงปลายทศวรรษ ๑๙๒๐ ชาวอเมริกันยังไม่ตระหนักว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลัง
อ่อนแอและเชื่อว่าประเทศยังมั่งคั่ง จึงเข้ามาเสี่ยงโชคในตลาดหุ้นมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้เพื่อเก็งกำไร
และออมเงินไว้ในอนาคตเนื่องจากหุ้นมีราคาสูงขึ้นประมาณร้อยละ ๒๒ ทุกปีตั้งแต่ ค
.ศ. ๑๙๒๔–๑๙๒๙ซึ่งสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อถึงเดือนกันยายน ค.ศ. ๑๙๒๙ ก็เริ่มมีสัญญาณอันตราย ให้เห็นจากการที่ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างรุนแรง และในที่สุดราคาหุ้นก็ดิ่งลงเรื่อย ๆ จนตลาด
หุ้นพังครืนเมื่อวันอังคารที่ ๒๙
ตุลาคม ค
.ศ. ๑๙๒๙ ซึ่งเรียกกันในเวลาต่อมาว่า “วันอังคารมืด” (Black Tuesday) ความเสียหายครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่เพียงแต่หมดตัวจากเหตุการณ์นี้ แต่ยังต้องเป็นหนี้จากการกู้เงินธนาคารไปเล่นหุ้น ส่งผลให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากจนธนาคารหลายพัน
แห่งต้องล้มไป เนื่องจากประชาชนเกิดความตื่นกลัวและพากันถอนเงินจากธนาคารจนเกิดความหายนะ
๒
ทางการเงิน ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงคิดว่าความพินาศของตลาดหุ้นเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจ
ตกต่ำครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา แต่แท้จริงแล้วความพินาศของตลาดหุ้นเพียงแต่เผยให้เห็นสภาพที่
แท้จริงของพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในเวลานั้น
การที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาตกต่ำครั้งใหญ่เกิดจากสาเหตุสำคัญหลายประการ ได้แก่
ประการแรก ธนาคารปล่อยสินเชื่อโดยไม่ระมัดระวังทำให้คนกู้เงินไปเล่นหุ้นเป็นจำนวนมาก เมื่อตลาด
หลักทรัพย์พินาศจึงเกิดหนี้เสียจำนวนมาก ส่งผลให้ธนาคารจำนวนมากต้องปิดตัวลงและผู้มีเงินออมต้อง
สิ้นเนื้อประดาตัว ประการที่ ๒ การค้าระหว่างประเทศซบเซาเพราะสหรัฐอเมริกาตั้งกำแพงภาษีสูงเพื่อกีด
กันสินค้าจากต่างประเทศ จนถูกตอบโต้ทางการค้าจากประเทศอื่น ๆ ประการที่ ๓ สินค้าอุตสาหกรรม
ของสหรัฐอเมริกาไม่สามารถขยายตลาดในต่างประเทศได้เหมือนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประกอบ
กับประเทศในยุโรปสามารถขยายการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของตนเองได้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้สินค้า
อเมริกันขายไม่ออกเพราะตลาดผู้บริโภคขยายตัวไม่ทัน ประการที่ ๔ สินค้าที่ภาคอุตสาหกรรมของ
สหรัฐอเมริกาผลิตเป็นสินค้าประเภทเดียวกันและไม่มีความหลากหลาย ทำให้สินค้าล้นตลาดไม่สามารถ
จำหน่ายได้ ประการที่ ๕ ในช่วงเวลาดังกล่าวแรงงานอเมริกันได้รับค่าแรงต่ำ เนื่องจากสหพันธ์แรงงาน
อ่อนแอเพราะผู้นำแรงงานถูกนายจ้างขึ้นบัญชีดำ และเมื่อมีการรวมตัวเรียกร้องค่าแรงเพิ่มก็ถูกมองว่าเป็น
พวกคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมอเมริกันกำลังหวาดกลัว ทำให้ไม่ได้รับความเห็นใจและการ
สนับสนุนจากคนทั่วไป ประกอบกับมีคนตกงานมากขึ้น ทำให้ขาดกำลังซื้อ ประการสุดท้าย
สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของหลายประเทศในยุโรปรวมทั้งเยอรมนี หนี้ก้อนมหึมานี้ทำให้
โครงสร้างของการธนาคารระหว่างประเทศขาดความมั่นคงอย่างมากในช่วงปลายทศวรรษ ๑๙๒๐ เพราะ
ประเทศลูกหนี้ไม่อาจหาเงินมาชำระคืนได้เนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ